.

 
.
เปิดเว็บไซต์ 28/12/2010
ปรับปรุง 26/04/2017
สถิติผู้เข้าชม 376,930
Page Views 570,076
 

เด็กกล้าในบ้าน แต่เงียบนอกบ้าน


การเลี้ยงดูมีอิทธิพลมากกว่าพื้นอารมณ์ของเด็กในการฝึกให้เด็กมีความกล้านอกบ้าน...


การเลี้ยงดูที่ช่วยพัฒนาทักษะสังคม
   

      1.ไม่พูดตีตรา (Label) ว่าลูกเป็นเด็กขี้อาย เพราะทำให้เด็กกังวลมากขึ้น ยิ่งผู้ปกครองพูดบ่อยแค่ไหนก็ยิ่งทำให้เด็กเชื่อว่าตนเองเป็นเช่นนั้นมากขึ้น 

บางครั้งผู้ปกครองเล่าเรื่องลูกให้หมอฟังในห้อง หมอมักเลี่ยงให้ลูกไปอยู่ข้างนอกก่อน เพราะการพูดแบบนั้นนอกจากไม่ช่วยให้เด็กหาย ยังเป็นการสอนลูกให้เชื่อว่าตนเองเป็นแบบนั้นอย่างไม่ตั้งใจ 

นอกจากนี้การตำหนิลูกให้คนอื่นฟังโดยลูกก็อยู่แถวๆนั้นและได้ยิน ถือเป็นการประจานลูกให้อาย สำหรับเด็กแล้วเขามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หมอคิดว่าถ้าเราเน้นการเลี้ยงลูกให้มี self esteem ที่ดี เราก็ต้องเคารพสิทธิและความรู้สึกของลูกด้วย

     2.ยอมรับความรู้สึกกังวลที่เกิดขึ้นของลูก เป็นปกติที่คนเราจะกังวลได้แต่ความแตกต่างคือระดับความรุนแรง (บางคนกังวลน้อย บางคนกังวลมาก)และการแสดงออก(บางคนโวยวาย บางคนเก็บไว้) 

ที่แน่ๆเราไปหยุดความกังวลที่มันเกิดขึ้นมาแล้วไม่ได้!! ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะบอกลูกว่า “อย่ากังวลลูก” เพราะมันไม่ช่วยขจัดอารมณ์นั้น แต่กลับไปเพิ่มความกังวลนั้นอีกต่างหาก (เพราะหนูทำไม่ได้) 

พูดกับลูกเพื่อให้ลูกรู้ว่า เรายอมรับความรู้สึกนั้นและเข้าใจมันด้วยโดยไม่ตำหนิ (Acknowledging what he feels, without negative judgment) เช่น “แม่รู้ว่า หนูกำลังกังวลที่มาเจอเพื่อนๆที่ยังไม่รู้จักเลย” “แม่รู้ว่าต้องใช้เวลาสักพัก เดี๋ยวเราค่อยๆดูกันนะว่า เราจะทำความรู้จักกันยังไง” 

     3.สอนทักษะสังคมขั้นพื้นฐาน การเข้าใจและยอมรับความรู้สึกลูกโดยไม่ตำหนินั้น ไม่ได้หมายถึงเราจะยอมรับพฤติกรรมที่ถอยห่าง ปลีกตัวของลูก

หรือรอคอยเวลาว่าลูกจะสามารถเองในอนาคต..... พ่อแม่จำเป็นต้องเป็นผู้สอนลูกด้วย เช่น เมื่อเจอผู้ใหญ่ให้สวัสดี การรู้จักรอคอย การแบ่งปัน การเสนอความช่วยเหลือ เป็นต้น เพียงแต่ต้องรอเวลาให้ลูกปรับตัวทีละนิดๆ

      4.เป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นในการมีทักษะสังคม เด็กเรียนรู้จากการมองพ่อแม่มากกว่าการฟัง 

ข้อนี้อาจจะยากหน่อยสำหรับพ่อแม่ที่ค่อนข้างพูดน้อยหรือไม่ชอบออกสังคม แต่เราอาจเริ่มจากเพื่อนข้างบ้าน หรือคนขายของก็ได้ หรือใครก็ได้ที่เรามีโอกาสเจอเขาง่ายๆบ่อยๆ ไม่ต้องขวนขวายหากลุ่มใดๆ แล้วเราก็พูดคุยกับเขามากขึ้นนอกเหนือจากการซื้อของตามปกติ เช่น ถามไถ่เรื่องทั่วๆไป เสนอการช่วยเหลือ แสดงความมีน้ำใจ เป็นต้น

       5. หาโอกาส(อย่ารอโอกาส) ให้ลูกมีประสบการณ์ด้านสังคมทุกวันหรือบ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะทักษะสังคมจะเกิดขึ้นด้วยการฟังอย่างเข้าใจไม่ได้ถ้าไม่ได้ฝึกฝน (เหมือนว่ายน้ำแหละค่ะ ทฤษฎีแน่นก็ไม่มีทางว่ายน้ำเป็นถ้าไม่ได้ลงน้ำ) 

        6. เป็นโคชให้ลูกเมื่อลูกกำลังฝึกทักษะสังคม คำว่าโคชหมายถึงเราต้องลงสนามด้วย แค่เพียงบอกลูกแล้วเฝ้ามองดูลูกคงไม่ได้ โดยเฉพาะเด็กที่ปรับตัวช้ามากๆ เราต้องคอยเข้าใจ ให้กำลังใจ แนะนำคำพูดที่ลูกควรพูด รวมทั้งคอยอยู่ใกล้ๆลูกด้วย เมื่อลูกค่อยๆดีขึ้น เราก็ค่อยๆถอนความช่วยเหลือนั้นออกทีละนิด

        7. หากิจกรรมในบ้านที่เปิดโอกาสให้ลูกได้ระบาย ส่วนใหญ่เป็นพวกงานศิลปะหรือการเล่นสมมติ โดยเฉพาะเด็กที่ไม่ค่อยเล่าเรื่อง บ่อยครั้งที่ความกังวลใจอยู่ลึกเข้าไปข้างในจนไม่อยากจะพูดออกมา อาจจะออกมาทางการเล่นหรือศิลปะก็ได้ ถือเป็นการระบายออกที่ดี.....

 Cr.  หมอเสาวภา

.




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.

ภาษาไทยสัปดาห์ละคำ

บทความเกี่ยวกับเด็ก

นิทานสอนใจ

สาระน่ารู้

ประวัติศาสตร์

 
  .
view